Charlie Bangkok... 的个人资料Bangkokian's Space, Life...照片日志列表更多 工具 帮助
1月29日

Illusion ...again

entry เก่าของตัวเอง
อ่านเจอวันนี้ชอบ
ตอบไม่ได้ว่าทำไม
แต่ชอบ...
 
และชอบ...
 
 
สถานีช่องนนทรี เมื่อเดือนก่อน
 
พระอาทิตย์คล้อยตัวลงต่ำจนลับขอบฟ้า
เงามืดเคลื่อนตัวปกคลุมทั่วไปทุกหนแห่ง
ราวกับแสงไฟที่หรี่ลงในโรงภาพยนต์ก่อนที่หนังจะฉาย
 
บันไดเลื่อนพาคนมากมายจากทุกฟากของถนนที่อัดแน่นไปด้วยรถราขึ้นไปยังสถานีรถไฟฟ้า
ผมก็เป็นคนหนึ่งคนที่ปะปน และเคลื่อนไหลไปพร้อมกับคลื่นมนุษย์ที่ย่ำเท้าคนละจังหวะ
แต่มุ่งไปที่เป้าหมายเดียวกัน
 
ความเบียดเสียดยัดเยียดเป็นตัวแทนที่ดีของช่วงเวลาเลิกงาน
ยิ่งในย่านที่พลุกพล่านไปด้วยตึกราอาคารแบบสาธรแล้ว
ความเร่งรีบ อย่างอึดอัดยิ่งดูเพิ่มทวีคูณ
 
ผมไหลไปตามกระแสของคลื่นมนุษย์
ผ่านบันไดเลื่อนที่เคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ
ผ่านประตูรูดบัตรทางเข้ารถไฟฟ้า
ผ่านฝูงชนที่เร่งรีบเดินขึ้นไปบนชานชลา
 
วันนี้ผมมีนัดทานข้าวกับเพื่อนๆแถวสถานีพร้อมพงษ์
ผมต้องลงรถไฟฟ้าที่สถานีสยามเพื่อเปลี่ยนขบวน
จับรถไฟขบวนต่อไปไฟฟ้าขบวนที่มุ่งหน้าไปสถานีอ่อนนุช
 
ผมหยิบหูฟังสีขาวขึ้นมาเสียบเข้าไปที่หูทั้งสองข้าง
หมุนหน้าปัดกลมๆไปยังเพลงที่ต้องการ
ผมปล่อยตัวเองไปกับเสียงเพลงที่ดังออกมาจากหูฟังทั้ง 2
เครื่องเล่นเพลงราคาแพงแยกผมออกจากความวุ่นวายจากสิ่งรอบข้างได้เป็นอย่างดี
 
รถไฟฟ้าเคลื่อนตัวเข้าเทียบที่ชานชลาอย่างช้าๆ
ผมเตรียมตัวเดินเข้าไปตามสัญชาติญาณ
 
คนจำนวนมากต้องการที่จะโดยสารรถขบวนนี้เพื่อมุ่งหน้าไปต่อรถที่สถานีหลัก
แต่ก็ยังมีคนจำนวนหนึ่งเหมือนกัน
ที่เลือกลงที่สถานีนี้
 
วินาทีที่ประตูเปิดนั่นเอง
นั่นคือวินาทีที่ผมสูญเสียจิตวิญญาณไป
 
ผมยาวสลวยถึงกลางหลัง
ปลิวไหวไปตามท่วงท่าเยื้องกรายที่นำเธออกจากขบวนรถไฟฟ้า
ผมสบตาเธอเพียงแค่เสี้ยววินาที
 
แต่เป็นช่วงเวลาเสี้ยววินาทีที่ยาวนานกว่าทั้งชีวิต
 
ผมสู้แรงดันที่ดุลหลังผมให้ผ่านเข้าไปในรถไฟฟ้าไม่ได้
ทั้งๆที่ผมอยากจะหยุดอยู่ตรงนั้น
กระแสมนุษย์ผลักผมเข้าไปสู่ใจกลางรถไฟฟ้า
เธอเดินผ่านออกไปทางประตูที่กำลังปิดลง
 
ผมอยากจะฝืนวิ่งตามเธอออกไป
สองมือปัดป่ายคลื่นมนุษย์เป็นพัลวัน
ราวกับมัจฉาที่ว่ายทวนกระแสน้ำหลาก เสียงก่นด่าดังมาจากรอบทิศ
แต่ความมุ่งมั่นไม่ได้ทำให้ผมไขว้เขวไปแม้แต่นิดเดียว
 
ประตูรถไฟฟ้าปิดลงพร้อมเสียงสัญญาณ
ผมทำได้ดีที่สุดเพียงแค่ยืนเกาะหน้าต่างที่บานประตู
มองออกไปเห็นหลังไวๆที่มีผมยาวสลวยทิ้งตัวยาวอยู่กลางหลัง
รถไฟฟ้าค่อยๆเคลื่อนออกจากชานชลา
พร้อมๆกับตัวเธอที่ค่อยๆเคลื่อนลงบันได
 
เสียงเพลงในหูฟังเงียบไป
เพราะเสียงเต้นของหัวใจผมดังกลบ... 
 
สถานีสยาม เมื่ออาทิตย์ก่อน
 
ผมค่อนข้างมีสติน้อยไปหน่อยเมื่อเทียบกับวันอื่นๆ
ผมพึ่งเดินเซไปเซมาจากร้านอาหารในสยามสแควร์ที่ผมและเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยไปร่วมสังสรรค์กัน จนมาถึงสถานีรถไฟฟ้าสยาม
ผมปลีกตัวออกมาก่อนเที่ยงคืนเพื่อจะให้ทันก่อนรถไฟฟ้าขบวนสุดท้ายจะวิ่งหมด
 
กลิ่นเหล้าที่ระเหยออกมาจากตัวผมคงสร้างความรำคาญให้กับคนรอบข้างไม่น้อย
ผมสังเกตุจากสายตาที่มองมาที่ผม
 
ทันทีที่ประตูรถไฟฟ้าเปิดที่ชานชลา
ผมแทรกตัวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ตัวริมชิดกับประตู
เอาหัวมึนๆเอนเข้าพิงพลาสติกใสที่เป็นฉากกั้น
มองออกไปยังหน้าต่างที่ประตูฝั่งตรงข้าม
 
รถไฟฟ้าเคลื่อนตัวออกจากสถานีสยามมุ่งหน้าตรงไปยังสถานีอ่อนนุช สถานีปลายทาง
คนที่เริ่มจะเมาหนึ่งคน มองอย่างมึนๆไปยังนอกหน้าต่างรถไฟฟ้า
พระจันทร์วันเพ็ญลอยเด่นให้เห็นเมื่อรถไฟฟ้าวิ่งผ่านทางด่วนเพลินจิต
จุดเดียวในเส้นทางที่ไม่มีตึกขวางกั้นทัศนียภาพระหว่างท้องฟ้า กับ รถไฟที่วิ่งผ่าน
 
อาจจะเพราะเมา เกือบเมา หรือ สับสนอะไรบางอย่าง
ผมคิดถึงดวงตาสวยคู่นั้น
มันกลมโตเหมือนกันกับพระจันทร์ที่ลอยเด่น
แม้เวลาจะผ่านมาหลายสัปดาห์แล้วแต่ผมยังจำตาคู่นั้นได้ดี
ผมยิ้มพลางหาอะไรทำฆ่าเวลาก่อนที่รถไฟฟ้าจะนำส่งผมถึงสถานีเอกมัยที่ผมต้องลง
 
สองมือของผมก็หยิบเอาเครื่องเล่นเพลงออกมาจากกระเป๋า
หูฟังทั้งสองข้างก็เสียบเข้าที่หู
และผมก็เร่งเสียงเพลงภาษาเกาหลีที่โหลดมาจากในเน็ท
เพลงดังที่ผมไม่เคยเข้าใจความหมายของมันแม้แต่นิดเดียว
 
ผมหลับตาไป ไม่รู้นานเท่าไร
จนสะดุ้งลืมตาขึ้นมาเมื่อคนที่นั่งข้างๆผมลุกขึ้น
ผมหรี่เสียงเพลงจากเครื่องเล่น
เงี่ยหูฟังว่าถึงสถานีอะไร
 
เสียงพนักงานประกาศผ่านลำโพงแตกพร่าของรถไฟฟ้า ว่าถึงสถานีทองหล่อ
 
ผมยังมองไปยังหน้าต่างที่ประตูที่ทำให้ผมนึกถึงเธอคนนั้น
ประตูรถไฟฟ้าค่อยๆเปิดโดยที่ผมไม่ทันรู้ตัว
บานประตูที่ฉายภาพของเธอถูกเลื่อนเก็บเข้าไปยังสองข้างของขบวนรถไฟ
แต่ภาพเธอยังคงอยู่ตรงนั้น
 
ไม่ใช่ซิ...
 
เธอยืนอยู่ตรงนั้นต่างหาก
ผู้หญิงที่ผมฝันถึง
ผู้หญิงที่ผมไม่เคยรู้จัก
ผู้หญิงที่ผมเอาหน้าเธอไปแทนที่นางเอกหนัง AV ญี่ปุ่นที่ผมดูก่อนนอน
และแน่นอน ผมเอาหน้าผมไปแทนที่ผู้ชายที่แสดงคู่
 
ผมพบเธออีกครั้ง
อีกวินาทีหนึ่งที่จิตวิญญาณของผมถูกพรากออกไปจากสังขารอีกครั้ง
 
เธอใส่แว่นตาดำอันใหญ่บังหน้าเธอไปกว่าครึ่ง
แต่ผมจำหน้าเธอได้ดี
เธอมองตรงมายังผม ...อย่างน้อยผมก็คิดแบบนั้น
ผมยังจ้องมองเธออย่างตกตะลึงในขณะที่เธอเดินเข้ามา
 
เธอนั่งลงตรงที่นั่งว่างข้างๆผม
 
ผมตัวแข็งทื่อ...
แต่หัวใจเต้นแรงจนกระเทือนไปถึงสมองที่ความคิดวิ่งพล่าน
จินตนาการบ้าๆถูกแรงขับดันทางเพศ และฤทธิ์แอลกอฮอลล์
ชี้นำจนตั้งชัน และ กระเจิดกระเจิง
 
ผมกุมมือแน่นที่ขากางเกงตัวเอง
พยายามที่จะไม่แสดงอะไรพิลึกๆออกมาให้เธอตกใจ
 
ผมอยากจะหันไปมองหน้าเธอเต็มๆ
แต่ก็ขาดซึ่งความกล้า
 
มันมึนตื้อไปหมด
 
จินตนาการกระเจิดกระเจิง!
 
ชุดแต่งงานสีสันสดใส
ประทับทาบบนร่างกายเธอ
ส่วนตัวผมก็เป็นทักซิโด้สีฟ้าเข้ม
 
งานแต่งงานริมทะเลที่มีท้องฟ้าเป็นสีเขียว
และสีน้ำทะเลเป็นสีม่วง
 
หาดทรายสีเหลืองสดอยู่ภายใต้ฝ่าเท้าเปลือยเปล่า
 
ผมโอบกอดเธอ พรมจูบอย่างบรรจลลงไปที่ริมฝีปากบางๆคู่นั้น
มือผมคลอเคลียไปกับผมที่ยาวประหลังของเธอ
 
ผมหลับตา
 
จินตนาการกระเจิดกระเจิง
 
ผู้โดยสารกลุ่มหนึ่งยืนออกันที่หน้าประตูเพื่อเตรียมตัวลง
ประตูค่อยๆเปิด ผู้โดยสารค่อยๆทยอยเดินกันออกไป
ออกไปยังชานชลาของสถานีที่ผมควรจะลง
 
ผมนั่งต่อไป
 
ปลดปล่อยจินตนาการให้เตลิดอีกครั้ง...
 
สถานีเอกมัย เมื่อวานนี้
 
หลังจากสัปดาห์ก่อนที่ผมเจอเธอเป็นครั้งที่ 2 บนรถไฟฟ้า
ผมก็เริ่มถวิลหาจะเจอเธอมากขึ้น ผมเฝ้ามองขบวนรถไฟฟ้าทุกขบวนที่วิ่งผ่าน
หน้าต่างทุกบานถูกผมตรวจสอบอย่างตั้งใจ
 
ถึงแม้ว่าคืนวันนั้น
มันจะจบลงแบบทุเรศๆไปหน่อย
 
ผมจำไม่ได้ว่า สมองและจิตนาการของผมชักนำอะไรให้เกิดขึ้นบ้าง
 
เสียงเรียกจากนายตรวจที่ปลายสถานี ปลุกผมให้ตื่นจากภวังค์
สถานีปลายทาง สถานีอ่อนนุช
สภาพเหมือนศพเน่าๆของผู้ชายที่ไม่คิดว่าตัวเองเมาคนหนึ่ง
นอนกองพิงอยู่กับแผ่นพลาสติกกั้น
 
ทั้งมึน ทั้งอาย และสับสน
ผมหลับไปตั้งแต่เมื่อไร...
 
แล้ว ...เธอลงไปที่สถานีไหน
 
มึนงงไปหมด
ผมต้องเดินทางกลับบ้านด้วยรถแท็กซี่เพราะนั่งเลยสถานีที่ต้องลงมาไกล
นอกจากนั้นเวลานี้ก็เป็นเวลาที่รถไฟฟ้าหยุดให้บริการแล้วด้วย
 
ผมตื่นมาในตอนสายของวันรุ่งขึ้นด้วยความรู้สึกแปลกๆ
ผมอยากเจอเธออีกครั้ง
คนที่ผมแต่งงานด้วยในมโนคติ โดยที่ไม่ได้รู้จักแม้แต่ชื่อของเธอ
เราจุมพิตกันเพื่อแยกจาก
เราโลมไล้กายกันอย่างเผ็ดร้อนเพื่อตื่นมาพบว่าสิ่งนั้นเป็นเพียงแค่ความฝัน
บทกวีที่กล่าวร่ายในหนังสือนิยายประโลมโลกที่ผมหยิบอ่าน
ไม่ได้ช่วยลดความใคร่ที่จะได้เจอเธอลงแม้แต่น้อย
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆในโลกเริ่มเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจที่บิดเบี้ยวของผม
 
ความกระหายอยากมันเกินจะกักเก็บ
จิตใจก็รุ่มร้อนแผดเผาร่างกายที่มันอาศัยเป็นภาชนะอยู่
 
ผมดับความฟุ้งซ่านรุ่มร้อนด้วยสุรา
แต่ดังภาษิตจีนโบราณกล่าวไว้
 
หากยามใดลิ้มรสสุราแล้วไม่เกิดความปิติจากรสของมัน
ย่อมเป็นไปได้ว่ามิใช่รสของมันผิดเพี้ยน
แต่เกิดจากใจที่เจ็บป่วยเสียมากกว่า
 
กลางวันเฝ้าตามหา
ตกกลางคืนใช้สุราดับร้อนในใจ...
 
ผมจะได้เจอเธออีกครั้งหรือไม่...
 
ผมได้แต่เฝ้าภาวนา
 
สถานีทองหล่อ คืนนี้
 
ผมเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ากับการตามหาเธอกว่าสัปดาห์
เวลาร้อยกว่าชั่วโมงที่ผ่านไปราวร้อยปี
หมกมุ่น วนเวียน ลุ่มหลง และ ไร้แก่นสาร
 
มีแต่ความว่างเปล่าที่จะไขว่คว้าหาความฝันชั่ววินาทีที่เกิดขึ้นอย่างเลือนลาง
 
ผมตั้งใจจะจบมันในคืนนี้ กับเหล้าสัก 2 ขวด
แอลกอฮอลล์น่าจะฆ่าเซลล์สมองที่ฟุ้งซ่านได้ชะงักนัก
 
การลงทุนนี้น่าจะคุ้มค่าอยู่ในระดับหนึ่ง
 
ผมเรียกรถแท๊กซี่เข้าไปยังกลางซอยทองหล่อ
เป้าหมายของผมอยู่ไม่ไกลนัก
ผมให้รถจอดอยู่ที่หน้าร้าน
หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเพื่อนผมที่มานั่งรออยู่ก่อน
คุยกันเสร็จสรรพ์ ผมก็ตรงไปที่โต๊ะ
เลือกที่นั่งที่ติดริมกระจก เพื่อจะได้มีโอกาสแหงนหน้าขึ้นไปมองแสงจันทร์อีกครั้ง
การดื่มน้ำจันทน์ใต้แสงจันทร์
มอบบรรยากาศที่ลุมลึกเกินจะกล่าว
 
แก้วเหล้าแก้วแล้วแก้วเล่าถูกวนไปมาเพื่อเติมเหล้า
ผมตั้งใจจะไปให้ถึงจุดมุ่งหมายโดนไม่รอช้า
เซลล์สมองกำลังถูกทำลาย
มันไม่สามารถฝืนต่อสู้ผมได้
แรงกระหายอยากแข็งแรงกว่าที่มันจะต่อต้าน
 
ผมทำงานได้ดี สติผมกำลังจะขาด
เป็นห้วงหฤหรรษ์ที่ผมตัดขาดจากโลกภายนอกอีกครั้ง
นาฬิกาไม่สามารถบอกเวลา
ปฏิทินไม่สามารถบอกวัน
และเซลล์สมองที่ตายลงตายลงของผม ก็เริ่มจะบอกตัวเองไม่ได้
...ว่าผมเป็นใครกันแน่
 
ราวกับเมายา
ราวกับโลกหลุดลอย
 
จินตนาการบรรเจิด มันเตลิดไปทุกทิศทุกทาง
 
ผมทำลายสติการรับรู้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ...
 
ผู้คนมากมายเดินผ่านบานกระจกที่ผมแฝงกายอยู่ด้านหลัง
ไม่มีใครมองเข้ามา
มีแต่ผมที่มองออกไป
ราวกับว่าผมยังต้องการจะตามหาอะไรบางอย่างอยู่
หรือว่าผมจะไขว่คว้าดวงจันทร์ที่สุกสกาวในคืนวันเพ็ญ
 
ผมเอื้อมมือไปที่กระจกเพื่อจะไขว่คว้าเงาจันทร์ที่ทอดกายอยู่ในนั้น
แม้จะเอื้อมจนสุดมือ เป้าหมายที่คว้าได้มีเพียงแค่กระจกที่กั้นผมและพระจันทร์บนนภา
มันแบ่งแยกผมกับภายนอก
ดุจแยกความฝันและความเป็นจริง
 
ผมแนบมือลงที่กระจกอยู่อย่างนั้น
ยิ้มและมองดวงจันทร์
ไขว่ขว้าไม่ได้ เพราะเราอยู่กันบนโลกคนละใบ
 
เงาอะไรบางอย่างมาขวางผมและเงาจันทร์
ความเป็นจริงที่ซ้อนทับ
หรือความฝันที่บังตา
มือขาวข้างหนึ่งทาบเข้ากับมือผม
ข้างหนึ่งอยู่ในกระจก อีกข้างหนึ่งไม่
ผมมองไล่ตามมือ ตามแขน ไปจนถึงหน้าที่มาของมือขาวข้างนั้น
 
เป็นอีกวินาทีที่ผมแยกไม่ออกระหว่างความจริงกับความฝัน
ความเมากับสติ
 
ผมอยู่บนโลกใบไหนกันแน่
 
เธอนั่นเอง
ผู้หญิงที่ผมตามหา...
 
คนที่ผมไม่รู้จัก และไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร
สายตาผมสบประสานกับเธออย่างงงวย
เธอมองตอบกลับมา
 
เธอพูดอะไรบางอย่างในรอยยิ้มที่ผมเห็น
เธอยิ้มมาให้ผม
 
ความพยายามครั้งสุดท้ายก่อนที่ผมจะผล็อยหลับไปเพราะฤทธิ์เหล้า
ผมพยายามอ่านริมฝีปากของความฝันที่ลอยอยู่ท่ามกลางความจริง
 
ผมว่า...
 
ริมฝีปากบางคู่นั้นพูดว่า
 
...เราพบกันอีกแล้วนะคะ
 
แล้วโลกของผมก็มืดดับไป
 
...........................................................................................
 
 
ผมพยายามเข็ญเรื่องนี้ออกมาเป็นเวลาหลายวัน
ความคิดต่อเนื่องมันมีเกี่ยวกับเรื่องนี้
 
จุดเริ่มของมันเกิดจากการที่เพื่อนของผมคนหนึ่งเอาเพลงเพลงหนึ่งให้ผมฟัง เพลงนั้นมีชื่อว่า
ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ ของ อพาร์ตเมนท์คุณป้า
เราสองคนนั่งฟังและแบ่งปันความคิดกันว่า
เพลงนี้มันต้องการสื่ออะไร
 
มันช่างเป็นเพลงที่มีความมหมายแตกแยก และต่อต้านอะไรบางอย่างอยู่ลึกๆ
 
สำหรับเรื่องข้างบน
 
ก็คือความคิดเห็นที่ผมมีต่อเพลงนี้
 
 
  
ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ
ศิลปิน : อพาร์ตเมนต์คุณป้า
Intro: G D F C Em A C (2times)

Em                                          A7
นั่งคนเดียวแล้วมองกระจก ที่สะท้อนแสงจันทร์วันเพ็ญ

Em                                     A7
โดดเดี่ยวกับความเหงา อยู่กับเงาที่พูดไม่เป็น

Em                                   A7
ฟังเพลงเดิมๆที่เรารู้จัก แต่ไม่รู้ความหมายของมัน

Em                                                   A7            C
หากฉันจะหลับตาลงสักครั้ง เพื่อพบกับเธอผู้เป็นนิรันดร์

                  G                                       D
* หากความรักเกิดในความฝัน เราจุมพิตโดยไม่รู้จักกัน

       F                                   C
ปฏิทินไม่บอกคืนและวัน ดั่งที่ฉันไม่เคยต้องการ

                 G                                    D
แต่อยากให้เธอได้พบกับฉัน เราสมรสโดยไม่มองหน้ากัน

              F                                    C
จูบเพื่อร่ำลาในความสัมพันธ์ ก่อนที่ฉันจะปล่อยเธอหายไปโดยไม่รู้จักเธอ

Instru: Em A C (2times)

Em                                   A7
ทบทวนเรื่องราวต่างๆ ทุกๆครั้งที่ฉันตื่นนอน

Em                                     A7
บทกวีไม่มีความหมาย ฉันงมงายสวดมนต์ขอพร

Em                                    A7
หากจะมีโอกาสสักหน ที่ร่ายมนต์กับสายน้ำจันทน์

Em                                                 A7            C
เพื่อจะได้หลับตาลงสักครั้ง แล้วพบกับเธอผู้เป็นนิรันดร์

Instru: Em A C (2times)

(ซ้ำ *)

Instru: G D F C (2times) Em A C (2times)

(ซ้ำ *)

Instru: Em A C (2times)
 
1月28日

หมดอารมณ์

ผู้หญิงอาจจะมีเรื่องที่หมดอารมณ์เมื่อเห็นผู้ชายทำกิริยาที่ตัวเอง อี๋
แต่อยากจะบอกว่าในฐานะผู้ชาย ผู้หญิงที่สวยขนาดไหน ก็มีกิริยาที่ทำให้ผู้ชาย อี๋ ได้เช่นกัน
อย่างตัวผมเอง จากปากคำของคนรอบข้างว่ากันว่า ผู้หญิง ที่ผมควง อืม รู้จัก โดยมากเกินเก้าสิบเปอร์เซ็นต์จะสวย
 
ผมก็เลยอยากจะบอกว่า สวยๆ พวกเนี้ย
ก็มีเรื่องให้ผม อี๋ มานักต่อนักแล้ว...
 
เช่น
 
- เต้นท่าทุเรศๆในผับ (ล่าสุดศุกร์ที่แล้วเจอท่าลิง...ทำไปได้)
- เมาแล้วอ้วก
- ดูดบุหรี่จัด
- ปากเหม็น (ฟันผุ)
- งอนกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง (อารมณ์มาก่อนเหตุผล)
- โง่ (โง่)
- เนียนไม่จ่ายเงิน (เวลาไปเที่ยว)
- พูดแต่เรื่องตัวเอง (เอียนมาก)
- ไม่สะอาด (เซนเซอร์...บอกไม่ได้)
- ปากดี ขี้โกหก
- ฯลฯ
 
ที่เอามาเขียน
ไม่มีอะไร
แค่นึกได้
อี๋ ดี...
 

อยากรู้...

อยากรู้ว่า...
พวกคนที่เขาบอกเรา
ว่าตัวเค้าเองเก่งๆ...
 
...เค้าบินได้กันมั้ย...
1月27日

ผ่าน...

ลมหนาวพัดผ่านไปแล้ว...
 
 
1月26日

พบว่าปีใหม่ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว...

และพบว่า
วันเวลาผ่านไปเร็วมากๆเมื่อเราอายุมากขึ้น
 
เราอยากพูดน้อยลงตอนเราเริ่มแก่
ความทรงจำเราเริ่มแย่เพราะวัย
ร่างกายไม่เฟิร์มเหมือนสามปีก่อน
 
แต่เรายังมีจินตนาการเหมือนเดิม...
1月23日

เรื่องใหญ่ที่สนใจ

เห็นได้ชัดว่า นสพ.ไทยให้ความสำคัญกับ ซันนี่ และ อ้อม
มากกว่าปัญหาเศรษฐกิจ...
1月22日

ช่วงหดหู่

เขียนไว้หลายปีแล้วว่า
ช่วงประมาณวันที่ 20 - 30 ของเดือนมกราคม
จะเป็นช่วงที่ หดหู่ สุดๆของปี
 
เพราะว่าเป็นช่วงที่งานเลี้ยงปีใหม่ต่างๆเริ่มหมดไปอย่างจริงจัง
งานที่กองสุมต่างๆเริ่มถูกหยิบออกมาเคลียร์
และที่สำคัญ บัตรเครดิตต่างๆที่เรารูดจ่ายอย่างกระหน่ำและบ้าระห่ำ
ก็จะส่งสลิปมาให้เรา...
 
มันจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ช่วงนี้
แม่งหดหู่ที่สุดในปี...
1月21日

March on...

March on. Do not tarry. To go forward is to move toward perfection.
March on, and fear not the thorns, or the sharp stones on life's path.
 
Kahlil Gibran
1月20日

ไม่พอใจ

ในฐานะที่เคยผ่านการทำงานมาหลากหลายรูปแบบ
ทั้งการอยู่ในองค์กรระดับโลกอย่าง BIG 4
ทั้งการออกมาทำบริษัทโลคอลแบบไทยๆ
บริษัทแบบครอบครัว
กิจการออกาไนเซอร์ของตัวเอง
ฟรีแลนซ์
ที่ปรึกษา
 
สำหรับตัวผมเองไม่มีงานไหนที่ไม่น่าเบื่อ
ถามว่าทุกงานสนุกมั้ย
ทุกงานสนุก แต่มันก็มีจุดที่น่าเบื่อในตัวมันเอง
 
ตอนผมทำ fashion show สมัยก่อน
ผมต้องไป stand by ตั้งแต่ 10 โมงเช้า เพื่อจัดเตรียมทุกๆอย่าง
ทั้งๆที่กว่าจะเดินจริงก็ปาไป 2 ทุ่ม 3 ทุ่ม
 
บางครั้งเวลามาร์คจุดแล้ว
นางแบบเดินไม่ได้ดังใจ
มันก็เบื่อเหมือนกัน
ไม่ใช่ว่าได้นั่งดูอะไรสวยๆตลอดแล้วจะมีความสุข
ถ้าความสวยไม่ได้มาพร้อมสมอง
 
บางครั้งผมต้องออกไปออกกองถ่ายรูปกับตากล้อง
วันทั้งวันเพื่อถ่ายรูปมาใช้งานไม่กี่สิบรูป
ถึงแม้จะดูว่าเป็นงานสบายๆ แต่ผมอยากให้
คนที่คิดว่าสบายๆมาลองทำดูเหมือนกัน
 
เคยมีเพื่อนคนหนึ่งมาพูดใส่ผมว่า
มึงจะบ่นว่าเหนื่อยทำไม...
แค่งานง่ายๆไปนั่งดูตากล้องถ่ายรูป
 
อืม...
 
มันคงมีความคิดของมันน่ะในวันนั้น
 
ในความคิดของผม
งานทุกงานในโลกแม่งน่าเบื่อหมด
เพราะมันเป็นงาน
ขนาดสิ่งที่ไม่ใช่งานเรายังเบื่อได้เลย
เวลาเรานอนอยู่บ้านเฉยๆ
เรายังบ่นเบื่อเลย
ทั้งๆที่การนอนอยู่บ้านมันไม่ใช่งานสักหน่อย
 
เพราะคนเรามันจะไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่เสมอๆ
 
 
 
1月16日

ชอบมาก :D:D

"มีหลายครั้งที่ผมจำได้ รมต.ศึกษา และ รมต.วิทยาศาสตร์
ไปไหว้ศาลเจ้าที่ตอนเข้ากระทรวงครั้งแรก บ้านเมืองถึงได้เจริญ"
 
 
1月15日

รมต. ไทย...

"สวิงกิ้งเป็นรสนิยมส่วนตัว แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ เด็กติดเกมมากกว่า"
ประโยคเด็ดกระทรวงวัฒนธรรมวันนี้
 
 
 
 
 
 
 
 
1月14日

DOWN

ช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้ดูเป็นช่วง DOWN ของชีวิต
ทั้งๆที่ปัจจัยหลายๆอย่งก็ไม่ได้ส่งผลจะทำให้ DOWN
 
มันเป็นอารมณ์แบบ ไม่อยากเปิดเทอม อยากนอนพักต่อ
ทั้งๆที่มีเรื่องต้องทำมากมาย
งานออฟฟิซก็ยุ่ง เรียนก็หนัก เวลาอ่านหนังสือก็ไม่มี แถมต้องปิดเล่มหนังสือให้ได้...
 
แต่มันไม่อยากทำอะไรเลยสักอย่าง...
 
คงโทษฤดูหนาวได้เพียงอย่างเดียว...
 
1月12日

My Top Ten Best Songs of all Time

ผ่านไปกับ 1 ปี และ 12 วัน ผมเลยอยากเอาสิ่งที่ได้ฟังผ่านมา 27 ปีกับสองร้อยกว่าวันมาไล่ระลึกดูว่า มีเพลงอะไรที่ตราติดอยู่ในความทรงจำของผมบ้าง

ผมเป็นคนเล่นดนตรี เคยลงประกวดบ้าง แต่คงไม่ได้เรียกว่าเก่งอะไรหนักหนา แต่ผมมักจะหยิบกีต้าร์ขึ้นมาเล่นเวลาเหงาๆหรือเอาไว้ใช้จีบสาว แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องวันนี้

เพลงมีอิทธิพลกับชีวิตของผมอย่างมาก และมักจะถูกใช้แทนตัวตามสถานการณ์ในช่วงเวลาต่างๆในชีวิตผม และนี่คือ 10 อันดับเพลงที่ผมชื่นชอบมากที่สุด...

Garland_Rainbow_RB (Somewhere) Over the Rainbow - Judy Garland (1939)

อันดับหนึ่งตลอดมาตั้งแต่ 10 ขวบ ฟังทีไรก็ชอบ และรู้สึกเหมือนว่าตัวเอง คล้ายๆเป็นคนที่ไปติดอยู่ที่ดินแดนแห่ง Oz หลายๆทีก็รู้สึกว่าตัวผมเองส่วนหนึ่งติดอยู่ที่นั่น ดินแดนมหัศจรรย์ แห่ง Oz...

เมโลดี้ไพเราะ เนื้อเพลงสวยงาม มีศิลปินมากมายเอามา cover หลากหลายเวอร์ชั่น แต่คงไม่มีเวอร์ชั่นไหนที่เทียบเท่าเวอร์ชั่นนี้จริงๆ

Listen

 

Your Song - Elton John (1970)

I hope you don't mind... That I put down in the word...

คงจะรู้สึกดี ถ้ามีคนเอาชื่อเราไปใส่ในเพลง บทเพลงไพเราะที่บอกเล่าอะไรหลายๆอย่างออกมาผ่านท่วงทำนองเปียโน สวยงามดุจบทกวี อบอุ่นทุกครั้งที่ได้ฟัง...

Listen

Elton-John-Your-Song-429568

 

jazz & 80 Purple Rain - Cover by Urselle (2007) (Original Version by Prince) 

เปียโนแจ๊ซเพราะๆที่นำเพลง Rock Classic จากยุค 80 มา cover ใหม่โดยไม่ทิ้งเสน่ห์เดิมๆจากเวอร์ชั่นแรก ครั้งแรกที่ฟังเพลงนี้ก็รู้เลยว่า นี่คือสิ่งที่ตามหามานาน ความลงตัวของการนำเพลง Rock มา Cover แบบ Jazz

Listen

 

Forevermore - Side A (1993)

เพลง Ballard เมโลดี้สวยๆอีกเพลง จากวง Pop Rock ระดับตำนานของฟิลิปปินส์ หาข้อมูลยากมาก หาเพลงยากมาก ผมฟังครั้งแรกจาก MTV นานมากๆ เลือนลางจำเวลาแทบไม่ได้ รู้แต่ว่าอีกหลายปีกว่าจะได้เพลงนี้มา... ไปรู้จักพวกเขาได้ที่นี่เลย
Side A Band

Listen
side_a-the_platinum_collection

 

savage

Santa Monica - Savage Garden (1998)

เพลงเหงาๆที่บอกเล่าถึงความฟันที่ยังไม่เป็นจริงอีกเพลง การเดินทางเข้าสู่เมืองใหญ่ด้วยความฝันเต็มกระเป๋า การค้นพบความว่างเปล่าเมื่อได้ผ่านพบสิ่งมากมาย

ความเหงาเกิดขึ้นได้ท่ามกลางคนมากมาย เหมาะกับฤดูหนาวปีนี้จริงๆ ลมกรีดผิวแล้วก็เหงา...

But on the telephone line I am anyone I am anything I want to be...

Listen

 

Now & Forever - Richard Marx (1994)

ผู้ชายคนหนึ่งจะรักผู้หญิงหนึ่งคนได้นานขนาดไหน...
ลองฟังเพลงนี้ดู

กีต้าร์เพราะๆ กับเนื้อหาที่ฟังแล้วเรียกว่าแทบขาดใจ Richard Marx เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจในการเล่นกีต้าร์ของผม...

Listen
ballard

 

I_Started_A_Joke I Started a Joke - Bee Gees (1968)

บางครั้งที่เราไปหัวเราะใคร... เรารู้มั้ยว่าเขารู้สึกแย่ขนาดไหน...
บางครั้งเราถูกหัวเราะเยาะ...

นั่นแหละความรู้สึกแบบนั้น

Listen

 

Imagine - John Lennon (1971)

ในโลกนี้ไม่มีอะไรดีที่สุด แต่อย่างน้อยลองจิตนาการดูซิ
ว่าถ้าโลกนี้ไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา พรหมแดน...

โลกจะสงบสุขแค่ไหน...

ถ้าทุกคนรักกัน...

โลกจะสงบสุขแค่ไหน... จินตนาการ...

Listen
imagine-cover

 

orlandof Tie a Yellow Ribbon Round the Old Oak Tree - Tony Orlando & Dawn (1973)

เพลงนี้เป็นเพลงที่ได้รับแรงบันดาลในมาจากเรื่องจริงในปี 1973 ชายคนหนึ่งที่เพิ่งพ้นโทษออกมาจากคุก ได้บอกกับคนรักของเขาก่อนที่เขาจะจากไปว่า ไม่ต้องรอให้เขากลับมา แต่ถ้ายังต้องการเขาอยู่วันที่เขาได้รับการปล่อยตัวให้คนรักผูกริบบิ้นสีเหลือง 1 เส้นไว้ที่ต้นไม้ จนวันที่เขาได้รับการปล่อยตัวเขาได้นั่งรถระหว่างเมืองไปยังรัฐไมอามี่ แต่ด้วยความกลัวเขาไม่กล้ามองออกไปนอกรถ จึงวานให้พนักขับรถช่วยดูให้ ...วันนั้นริบบิ้นสีเหลืองนับร้อยเส้น ผูกไว้ที่ต้นไม่แห่งคำสัญญา

Listen

 

Don't Love You No More - Craig David (2005)

วันที่ผมบอกคุณว่าผมไม่รักคุณ...
แล้วคุณเดินจากผมไป
นั่นแหละผมพึ่งรู้ว่า...

...ผมรักคุณแค่ไหน

Listen
Craig_David_-_Don't_Love_You_No_More_(I'm_Sorry)_(CD_1)

 

 

1月9日

เย็น

อากาศเย็นดี...
1月8日

ที่หนีบกระดาษ

เปิดปีใหม่มาด้วยเรื่องมากมาย บ้างทำให้มีความสุข บ้างหดหู่
ประหนึ่งตกอยู่ในอาการ Post-New Year Weekend Syndrome
 
อย่างไรก็ตามมันไม่เกี่ยวกับเรื่องที่อยากจะพูดถึง
 
เมื่อวานนี้ผมได้รับคลิปการร่วมเพศอย่างโจ๋งครึ่ม (ชอบคำนี้มากๆ ฟังแล้วสยิวๆยังไงไม่รู้)
เด็กนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนย่านหัวหมาก คาดว่าคนถ่ายน่าจะเป็นเพศผู้
 
มานั่งๆคิดไปว่า ระยะหลังมานี้ ผมได้รับคลิปอะไรแบบนี้บ่อยมากๆ
และก็คิดเอาเองว่า ไอ้คนที่ถ่ายๆกันนี่ มันก็น่าจะได้รับเหมือนกัน
...แล้วทำไมมันยังถ่ายกันอีก?? มันไม่กลัวหลุดหรือ??
 
เพราะมันก็หลุดมาให้โหลดกันตามเวปไซต์ต่างๆแทบทุกวัน
 
พอเกิดเหตุแล้วเป็นอย่างไร...
ผู้หญิงหยุดเรียน ร้องไห้ เสียใจ...
...แล้วทำไมไม่ห้ามผู้ชายตอนจะถ่ายวะ!!!
 
พอมานั่งคิด
ทำไมคนเราต้องปล่อยให้สันดานดิบครอบงำเวลาที่ความใคร่ขึ้นหน้า...
 
การทำอะไรกัน ทำไมต้องสร้างหลักฐานเอาไว้ผูกมัดทั้งสองฝ่าย
 
เคยคิดบ้างมั้ย...
 
สมมติผู้ชายนาย เอ บอกนาง บี ว่า รักนะ ขอถ่ายตอนเอากันนะ อยากเก็บไว้ดูตอนคิดถึง...
นาง บี ยอมไป...
 
ผ่านไปหลายเดือน เอ เลิกกับ บี
 
ผ่านไปหลายปี บี เจอ นาย ซี และเตรียมแต่งงานกัน
 
ไอ้เอโผล่กลับมาเอาคลิปเผยแพร่...
 
ต่อให้ไอ้เอถูกจับ...
 
มันจะมีอะไรดีกับทุกๆฝ่าย...
 
อย่างไรก็ตาม ผมยังไม่เคยถ่ายคลิป (ออกจะเสียดายอยู่บ้าง...)
และก็ขอบคุณน้องๆ ที่สร้างผลงานดีๆให้เราได้ชมกันอย่างต่อเนื่อง...
 
สวัสดีปีใหม่อีกที
1月7日

ง่อยๆ

 

ไม่ว่างเท่าไร

แต่อยากทำอ่ะ

คิดว่าน่าจะได้ระลึกถึงอะไรดีๆจากการทำบ้าง :D

ที่ส่งๆไปหาเนี่ย

เป็นคนที่เลือกแล้วทั้งนั้นนะ

คิดถึงอยากคุยด้วยทั้งนั้น

1. หนังสือเล่มล่าสุดที่อ่าน? : Indiana Jones - and the Seven Veils กำลังอ่านอยู่เลย

2. ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่ดู?ไปดูกับใคร? ที่ไหน?:  Australia ที่ CTW วันส่งท้ายปีเก่า กับผู้หญิงคนสุดท้ายในชีวิต ดูหนังในวันสุดท้ายของปีกับผู้หญิงคนสุดท้ายของชีวิต...

3. ชอบฟังเพลงแนวไหนมากที่สุด? : เอาจริงๆก็เพลง ballard และพวก chilled out แต่ก็อยู่ที่ช่วงเวลา บางทีก็ฟังอะไรบ้าๆบอเหมือนกัน

4. พูดคำว่า รัก ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่จำได้ป่าว? : เมื่อกี้นี้

5. ข้อดีของคุณ? : เยอะแยะนะ

6. แล้วข้อเสียของคุณล่ะ ? :  ไม่ค่อยแคร์ใคร

7. แล้วมองคนอื่นยังไง? : มองใครอ่ะ??

8. Wallpaper ที่คอมพิวเตอร์เป็นรูปอะไร : แอปเปิ้ลแดงสดๆ บนพื้นสีดำ

9. สถานที่ที่อยากไปมากที่สุด? : ริมทะเลที่อีสต์บอร์น อังกฤษ

10. คำพูดติดปาก ที่พูดประจำเลย? :  เจ๋ง

11. ตอนนี้คิดถึงใครอยู่หรือเปล่า? : แฟนอ่ะ คิดถึงกันตลอดเวลา

12. เวลามองเห็นทะเลแล้วรู้สึกอะไร? : อยากกระโดดลงไป

13. ผลไม้สุดโปรด? :  แอปเปิ้ลเขียว

14. มีโทรศัพท์ถึงคุณกี่ครั้งในหนึ่งวัน: แล้วแต่วัน แล้วแต่ช่วงงาน พอมีแฟนแล้วมีผู้หญิงโทรมาหา มาคุยเล่นน้อยมากมีแต่เรื่องงานกับแฟนโทรมา

15. ช่วงนี้มีอะไร update ไหม? : ยังเขียน pocket book ไม่เสร็จ ตอนนีกำลังเกิด newyear syndrome โรคเหงาๆหลังหยุดยาวปีใหม่

16. ตั้งเป้าหมายในชีวิตว่าจะเรียนถึงระดับไหน? : โท แหละ พอที

17. ถ้าถามเรื่องความรักคิดยังไงกับประโยค คนที่เขารักเรา คนที่เรารักดีกว่า :  เห็นด้วย เห็นด้วยมากๆ

18. ถ้าเพื่อนแอบชอบแฟนเราทำไง : ถามว่า "มึงเป็นเหี้ยไรวะ ไอ้สัตว์"

19. อกหักรู้สึกอย่างไร? : แม่งโง่ ทิ้งกู

20. ถ้าขอพรได้จะขออะไร? : อยากรวยมากๆอ่ะ

21. คุณคิดว่าคนเราเกิดมาเพื่ออะไร? : เพื่อใช้ชีวิต

22. เลี้ยงรุ่นครั้งต่อไปเมื่อไหร่ : น่าจะเป็น 23 มค นะ เพื่อนจะไปต่อโทเมืองนอก น่าจะมีเพื่อนๆมากันพอสมควร...

23. คิดยังไงกับเพื่อนที่มหาลัยหรอ :  รักพวกมึงว่ะ อยากกลับไปเรียนตรีอีก

24. ถ้าไม่ได้เกิดเป็นคนคิดว่าอยากเกิดเป็นอะไร? : ไม่เกิด

25. วันเกิดตัวเองอยากให้ใครอวยพรมากที่สุด?  : พระเจ้า

26.ชอบวันหยุดวันไหน? : คริสต์มาส

27.คิดว่าคนอื่นจะไม่ชอบอะไรที่ตัวเองทำ? : มากมาย

28.คิดว่าคนอื่นจะชอบอะไรที่ตัวเองทำ? : ไม่แน่ใจ แต่ก็อยากทำดีๆ

29.มีความสามารถพิเศษอะไร? : เขียนหนังสือ

30.เคยตกบันไดรึเปล่า? : เคย ไม่รู้ว่าบันไดลื่นหรือเมา

31.ในชีวิตที่ผ่านมาคิดว่าอะไรคืออุบัติเหตุร้ายแรงที่สุดในชีวิต?: ถูกแฟนเก่าทิ้ง แม่งเหี้ย

32.ในกระเป๋าตังค์มีรูปรึเปล่า? : มีรูปตัวเอง แฟน แม่ ครอบครัว หมา

33.ไปทำบัตรประชาชนอายุเท่าไหร่ : สิบห้าเดะๆ

34.เคยคิดจะชกใครมั้ย? : ไม่เคย ชอบลอบกัด

35.คิดว่าหน้าตาตัวเองตอนตื่นเหมือนอะไร? : คนพึ่งตื่น

36.ถ้าให้เลือกอยากให้วันนึงมีกี่ชม.? : พอละเท่านี้ มีอีกก็อู้อีก

37.เขียน DIARY รึเปล่า? : เคยนะ ตอนเด็กๆ ตอนนี้เขียนหนังสื่อเพื่อเงินซะมากกว่า

38.รู้จักโดเรมอนดีแค่ไหน? : แม่งเป็นเพื่อนตอนเด็กๆ ตอนนี้ไม่ค่อยได้คุยกันละ

39.มีกรรไกรกับคัตเตอร์จะเลือกใช้อะไร? : คัตเตอร์

40.ในชีวิตโตมาถึงตอนนี้ฆ่ามดมากี่ตัวแล้ว? :  น่าจะเยอะว่ะ

41.ใช้เวลาอ่าน นสพ. นานเท่า ไหร่ ? : แล้วแต่รูปที่หน้าแรก

42.กินผัดไทใส่ถั่วงอกรึเปล่า? :  กิน แต่ไม่ได้ชอบมากนัก ไม่เคยขอเบิ้ลถั่วงอก

43.ถ้ามีกล่อง 1 ใบ คิดว่าอะไร อยู่ข้างใน? : เงิน

44.เชื่อเรื่องรักแรกพบรึเปล่า? : ไม่เชื่อ แม่งเฟค

45.คิดว่าตัวเองเคยเจอมั้ย? ไม่เคยเลย

46.ใครคนนึงรักเพราะอะไร? : เพราะรัก

47.ชอบเล่นเกมรึเปล่า? : ชอบ ติดเกมส์ด้วย ไม่เก่งเท่าไร แต่ชอบ

48.เวลาว่างชอบทำอะไร? : นอนอ่านหนังสือ

49.เพลงที่ชอบที่สุดตอนนี้  : somewhere over the rainbow ความชอบไม่เคยเสื่อมคลาย

50.ขับรถเร็วมั้ย? : ไม่เร็วละ เคยชนหลายครั้ง เวลารอประกันนาน เบื่อ เสียเวลา

51.กลางคืน กับ กลางวัน ชอบอย่างไหน? : กลางคืน ตอนก่อนเช้า

52.เบื่อรึยัง? : ยัง แต่สงสัยว่าแม่งมีกี่ข้อกันแน่

53.คิดว่าการตอบคำถามอย่างนี้ไร้สาระมั้ย? : ไม่ ได้ค้นหาเรื่องที่ลืมๆไปแล้ว รู้สึกดี

54.ฝากอะไรถึงคนส่งหน่อยดิ? : ไปเมืองนอกตั้งแต่เมื่อไรอ่ะ ส่งข่าวมั่ง

55.อันนี้ฝากให้คนที่จะส่งไปให้?:  ลองทำดูดิ อาจจะดีก็ได้นะ

56.อยากให้มีคนตอบมั้ย? : อยาก ชอบอ่าน อยากรู้ว่าคิดไรกัน อยากรู้ว่ามีคนใส่ใจเมล์เราเท่าไหน...

ผ่าน

มาย้อนคิดไป
หลายปีก่อนหน้านี้
ผมมีเวลาที่จะนำเรื่องราวต่างๆในชีวิต
มาแปรเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นตัวหนังสือมากกว่านี้
 
ด้วยเวลาที่หมุนผ่านไป
เรื่องราวของเวลาทำให้ภาระหลายๆอย่างๆเพิ่มขึ้นมามาก
ทำให้แรงบัลดาลใจบางอย่างถูกเก็บไว้
 
"เรื่องโง่ๆที่เราจะเป็นจะตายในวันนั้นๆ
แม่งกลายเป็นเรื่องเล็กๆในวันนี้"
 
ย้อนมาอ่านเรื่องราวเก่าๆที่ตัวเองเขียนเก็บไว้
อบอุ่นแบบแปลกๆ เป็นความรู้สึกที่เหมือนอาย เหมือนปลาบปลื้ม
 
และก็อดคิดไม่ได้ว่า เรื่องโง่ๆที่เราจะเป็นจะตายในวันนั้นๆ
แม่งกลายเป็นเรื่องเล็กๆในวันนี้
เราเคยคิดว่าแม่งต้องผ่านพ้นมันไปไม่ได้
แต่เราก็ผ่านมานั่งอ่านมันในวันนี้ด้วยความรู้สึกที่แตกต่างไป
 
คนที่เคยรู้จัก จากไป คนที่ไม่เคยรู้จัก ก้าวเข้ามา
 
ผมโตขึ้น...
ทั้งอายุ...
ร่างกาย...
...และจิตวิญญาณ
 
บางครั้งการเติบโต
ก็ทำให้เรามองเห็นอะไรมากขึ้น
 
บางครั้งสิ่งที่เราคิดว่าก้าวผ่านไปไม่ได้
ก็ช่วยให้เราเติบโตขึ้น
 
เวลาผ่านไปๆ
และเราก็เดินผ่านเรื่องราวต่างๆไปพร้อมกับมัน...
 
ชีวิตยังมีเรื่องให้เดินผ่าน และค้นหาอีกเยอะ...
 
 
 
 
1月6日

Possibility

"The only way to discover the limits of the possible
is to go beyond them into the impossible"
 
 
Arthur C.Clarke
1月5日

Wall

"We build too many walls and not enough bridges"
 
Isaac Newton